ฮือฮา "พระขุนแผนโคโยตี้" หลวงพ่อวัดดังย่านบางซื่อ ปลุกเสกพระเครื่องรูปทรงอุบาทว์ มีรูปหญิงโคโยตี้เต้นเปลือยโยกเสาซุ้มประตูใกล้กับพระขุนแผน ด้านหลังรูปหญิงเปลือยโอบศิวลึงค์ ส่อลามก ชาวบ้านแห่มาขอบอกว่าไปบูชาแล้วค้าขายดี ด้าน ผอ. สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมแจ้งเตือนไม่เหมาะสมตามหลักพระพุทธศาสนา หากถูกร้องจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ฝากเตือนประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณก่อนจะเช่าพระเครื่อง
พระเครื่องหมิ่นจาบจ้วงพระพุทธศาสนา เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระสงฆ์ที่วัดเวตวันธรรมาวาส หรือวัดเซิงหวาย ถนนประชาราษฎร์ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. ปลุกเสกพระเครื่องชื่อรุ่นขุนแผนโคโยตี้ ซึ่งมีรูปทรงไม่เหมาะสม มีรูปหญิงสาวเปลือยโชว์เรือนร่าง ส่อไปในทางลามก หมิ่นศาสนา แจกจ่ายให้กับชาวบ้านในละแวกนั้น
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดเซิงหวาย เข้าพบพระสุทธสีโล หรือหลวงพ่ออึ่ง ซึ่งเป็นพระที่ปลุกเสกพระเครื่องรุ่นดังกล่าว โดยหลวงพ่ออึ่งนำพระเครื่องรุ่นขุนแผนโคโยตี้รุ่นแรกมาให้ดู มีรูปทรง 5 เหลี่ยม เป็นเนื้อว่านสีน้ำตาล ด้านหน้ามีซุ้มประตูอยู่ด้านบน ครอบองค์พระขุนแผนท่านั่งขัดสมาธิ มือขวาวางแนบอก มือซ้ายอุ้มกุมารทองวางไว้ที่ตัก ด้านซ้ายและขวาที่เสาประตูเป็นรูปหญิงเปลือยแสดงลีลาท่าเต้นยั่วยวนผม กระเซิง ส่วนด้านล่างเป็นรูปผู้หญิงเปลือยเหมือนกันแต่นั่งถ่างขา มือวางที่ต้นขาอยู่ใต้ฐานพระขุนแผน ส่วนด้านหลังเป็นรูปผู้หญิงเปลือยสักกลางหลังและแก้มก้นทั้ง 2 ข้าง นั่งใช้มือทั้ง 2 ข้างโอบศิวลึงค์ ตามความเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายองค์กำเนิดของเพศชาย เป็นพลังอำนาจเหนือวัตถุมงคลทั้งปวง ด้านบนของศิวลึงค์สักเป็นรูปหัวใจซ้อนกัน 3 ดวง ด้านข้างมีลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อรูปทรงสวยงาม
จากนั้น พระสุทธสีโลเปิดเผยว่า เมื่อเดือน ส.ค.52 มีลูกศิษย์เป็นเจ้าของศูนย์พระเครื่องที่ห้างดิโอสยาม นำพระเครื่องบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ เขียนข้างกล่องว่าพระขุนแผนโคโยตี้ จำนวน 2,000 องค์ มาให้ปลุกเสก ซึ่งก็รับไว้โดยไม่ได้เปิดดู ใช้เวลาปลุกเสกประมาณ 1 เดือน จากนั้นลูกศิษย์ก็กลับมาเอาพระเครื่องไปเพียง 1,000 องค์ ที่เหลือบอกให้หลวงพ่อไปแจกชาวบ้าน เมื่อเปิดดูก็ตกใจ พระเครื่องมีรูปทรงแปลกๆ มีรูปผู้หญิงเปลือยอยู่ด้วย จึงไม่แจก แต่ว่ากลิ่นของเนื้อว่านส่วนผสมอยู่ในพระเครื่องคละคลุ้งไปทั่วกุฏิ ทำให้เวียนหัว เมื่อญาติโยมเข้ามากราบไหว้ก็ไม่มีของให้ จึงนำพระเครื่องดังกล่าวไปแจกจนหมด ต่อมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้าน บางรายก็มาต่อว่าว่าไม่เหมาะสม บางรายที่เป็นพ่อค้าแม่ค้านำไปบูชาบอกว่าค้าขายดีกว่าเดิม ขณะนี้แจกพระเครื่องรุ่นแรกหมดไปแล้ว
"หลวงพ่ออยากจะหาเงินมาบูรณะวัด จึงคิดสร้างพระขุนแผนโคโยตี้รุ่น 2 ออกมาจำหน่าย ปรับเปลี่ยนรูปทรงให้ดีขึ้น ด้านหน้ายังคงรูปแบบเหมือนเดิม ด้านหลังตัดรูปศิวลึงค์และผู้หญิงออก ปรับเป็นพื้นเรียบแต่ฝังเนื้อทราย ข้าวสาร ตะกั่ว ฝาหอย ทำขึ้นมา 200 องค์ ปลุกเสกเหมือนเดิม ผลิตออกมาให้ชาวบ้านเช่าองค์ละ 200 บาท ช่วงนี้หมดแล้ว คงจะไม่ปลุกเสกอีก" พระสุทธสีโลกล่าวทิ้งท้าย
ส่วนพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าวัด เปิดเผยว่าช่วงเดือน ธ.ค.52 เข้าไปขอพระเครื่องจากหลวงพ่ออึ่ง ท่านก็ให้พระเครื่องรุ่นขุนแผนโคโยตี้ เมื่อรับมาก็ดูลักษณะแปลกๆ แต่ก็ไม่คิดอะไรนำมาบูชา ปรากฏว่าขายของดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกวันนี้จะนำพระรุ่นนี้มาวางใส่พานไว้ที่ตู้หน้าร้านเป็นประจำทุกวัน
นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การนำภาพผู้หญิงมาไว้คู่กับพระก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว และยิ่งเป็นภาพโคโยตี้ก็สื่อความหมายในทางที่ไม่เหมาะสมมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ การจะสร้างวัตถุมงคลหรือการหล่อพระพุทธรูป ทางคณะสงฆ์ก็ไม่เคยสนับสนุนให้สร้าง แต่การสร้างวัตถุมงคลไม่มีกฎหมายเข้าไปควบคุมดูแล เพราะถือเป็นความศรัทธาของแต่ละบุคคลที่ไม่สามารถห้ามปรามได้ และไม่มีความผิด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันก็มีคนที่มีความคิดแปลกๆโดยการนำความโลกีย์ของสังคมมาผสมผสานกับความเชื่อของคนไทยเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ที่สำคัญมีการอวดอ้างสรรพคุณต่างๆ ซึ่งตนคิดว่าการจัดสร้างวัตถุมงคลในลักษณะดังกล่าวคงไม่มีใครอยากไปเช่าซื้อหรือครอบครอง เพราะไม่สร้างจากความศรัทธาและไม่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา
นายอำนาจกล่าวต่ออีกว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคมหลายครั้งที่ผ่านมา ก็เคยมีการหารือไม่ให้มีการสนับสนุนหรือส่งเสริมการสร้างวัตถุมงคล แต่ก็ให้ ผ่อนปรนจัดสร้างได้ตามความจำเป็นเท่านั้น ซึ่งมหาเถรฯ ได้กำชับไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองตักเตือนหรือห้ามปรามหากพระสงฆ์หรือมีบุคคลมาขอให้จัดสร้างวัตถุมงคลในลักษณะที่ไม่เหมาะสม สำหรับกรณีดังกล่าวหากมีการร้องเรียนเข้ามาจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า มีเหตุผลอะไรในการจัดสร้าง สำหรับการสร้างพระขุนแผนโคโยตี้ และนำรูปผู้หญิงมาใส่คู่กับพระพุทธรูป ไม่รู้ว่าจะมีใครต้องการเช่าหรือไม่ หรือยกเว้นผู้ที่มีความคิดอยากจะเช่าตามกระแส ดังนั้น อยากฝากไปยังประชาชนว่าควรมีวิจารณญาณและวิเคราะห์ให้ดีก่อนจะเช่าหรือจัดสร้างพระ เพราะหากทำขึ้นแล้วอาจจะส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาได้
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น