วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

โซเดอร์ลิงยังแรง ล้มยอโควิช ลิ่วตัดเชือกสำเร็จ

โรบิน โซเดอร์ลิง ทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือกแน่นอนแล้ว หลังจากคว้าชัยในแมตช์ที่สอง ด้วยการต้อน โนวัค ยอโควิช 2 รวด ในศึกเทนนิส เอทีพี เวิลด์​ ทัวร์ ไฟนอลส์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวานนี้ (25 พ.ย.) โรบิน โซเดอร์ลิง โชว์ฟอร์มแกร่งอีกครั้ง ด้วยการหวดเอาชนะ โนวัค ยอโควิช 2-0 เซต 7-6, (7-5), 6-1 ในศึกเทนนิส เอทีพี เวิลด์​ ทัวร์ ไฟนอลส์ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

โซเดอร์ลิง ซึ่งได้ผ่านสิทธิ์เข้ามาเล่นในนาทีสุดท้าย หลังจาก แอนดี รอดดิก ถอนตัวออกไปเนื่องจากบาดเจ็บ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 37 นาที โค่น มือ 3 ของรายการ ซึ่งมีสถิติชนะ 19 จาก 20 แมตช์หลังสุด พร้อมกับการันตีผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

โซเดอร์ลิง วัย 25 ปี กล่าวหลังชัยชนะว่า "ผมเล่นได้ดีมากๆ ในวันนี้ ผมออกสตาร์ทไม่ดีเท่าไหร่ แต่การเสิร์ฟของผมมันช่วยได้เยอะ และหลังจากเกมที่ 7 หรือ 8 ผมก็เริ่มดีขึ้น และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม"

"เขาไม่มีอะไรต้องเสีย ผมคิดว่า มันเป็นมาสเตอร์ คัพ ครั้งแรกของเขา เขาชนะ 4 เซตรวด และแน่นอน ควรสมควรเข้ารอบรองชนะเลิศ อย่างไม่ต้องสงสัย ผมคิดว่า ตอนนี้ เขาเป็นนักเทนนิสที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์" ยอโควิช กล่าว

ก่อนหน้านี้ โซเดอร์ลิง จัดการย้ำแค้น ราฟาเอล นาดาล มาได้ 2-0 เซต เช่นกัน ในเกมรอบแบ่งกลุ่ม ของกลุ่ม บี นัดประเดิมสนามของตนเอง ส่วนในนัดสุดท้าย นักหวดชาวสวีเดน จะพบกับ นิโคไล ดาวิเดนโก ในวันศุกร์ที่ 27 พ.ย.นี้ ขณะที่ ยอโควิช จะพบกับ ราฟาเอล นาดาล ในวันเดียวกัน

สำหรับ โซเดอร์ลิง กลายเป็นนักเทนนิสจากแดนฟรีิเซ็กส์คนแรก ที่ผ่านเข้ารอบตัดเชือกในรายการนี้ได้สำเร็จ นับตั้งแต่ โยนัส บียอร์กแมน ทำได้ที่ ฮันโนเวอร์ เมื่อปี 1997 และถือเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ มือวางอันดับ 8 ทะลุเข้าถึงรอบนี้

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ดาวิเดนโกซิวตั๋ว ตัดเชือก ส่งโยโควิชตกรอบ

หลังหวดชนะ นาดาล 2เซตรวด มาก่อนในคู่แรก ทว่านั่งแช่ง ดาวิเดนโก ไม่สำเร็จ เมื่อนักหวดรัสเซีย เอาชนะ โซเดอร์ลิง ที่เข้ารอบไปแล้ว 2-1เซต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้(28พ.ย.) ผลการแข่งขันเทนนิส รายการ "เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล" ที่โอทู อารีนา กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ รอบแรกนัดสุดท้ายของกลุ่มบี ผลปรากฏว่า นิโกไล ดาวิเดนโก เอาชนะ โรบิน โซเดอร์ลิง 2-1เซต 7-6(7-4),4-6,6-3 กอดคอกันเข้ารอบรองชนะเลิศไปได้ทั้งคู่

โซเดอร์ลิง ซึ่งผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปแล้วตั้งแต่ก่อนลงสนามในแมตช์สุดท้าย โดยการลงสนามแมตช์นี้ ไม่มีผลต่อการเข้ารอบหรือตกรอบ ขณะที่ ดาวิเดนโก จำเป็นต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียว เพื่อแซง โนวัค โยโควิช ที่หวดเอาชนะ ราฟาเอล นาดาล 2เซตรวด 7-6(7-5),6-3 ขึ้นเป็นที่สองของกลุ่มให้ได้ เกมการแข่งขันในเซตแรก ดำเนินไปอย่างสูสี ซึ่งไม่มีฝ่ายใดสามารถเบรกเกมเสิร์ฟของฝ่ายตรงข้ามได้ ส่งผลให้ต้องมาตัดสินหาผู้ชนะในช่วง ไทร์เบรก ซึ่ง นักหวดมือเจ็ดของโลก ใช้ความเด็ดขาดกว่า เอาชนะไปได้

เข้าสู่เซตที่สอง นักหวดชาวสวีเดน เล่นได้แข็งแกร่งกว่า นักหวดรัสเซียอย่างเห็นได้ชัด มีอาวุธหลักจากการตีโฟร์แฮนด์ที่รุนแรง ก่อนเบรกเกมเสิร์ฟของดาวิเดนโกได้หนึ่งครั้ง ก่อนจะเสิร์ฟปิดแมตช์ตีเสมอเป็น 1-1เซต

ขณะที่เซตสุดท้าย ดาวิเดนโก เบรกเกมเสิร์ฟของ โซเดอร์ลิง และนำห่างไปถึง 4-2 หลังจากนั้นก็ออกมาเสิร์ฟปิดเซตสุดท้ายไปอย่างง่ายดาย ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เขี่ยโนวัค โยโควิช ตกรอบไปอย่างเจ็บแสบ

รอบรองชนะเลิศ จะมีการแข่งขันกันในวันนี้ คู่แรก มือหนึ่งของโลก โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ชาวสวิตเซอร์แลนด์ พบกับ นิโกไล ดาวิเดนโก ชาวรัสเซีย มือเจ็ดของโลก เริ่มแข่งขันในเวลา 19.30น. โดยประมาณ ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่อีกคู่ ฮวน มาร์ติน เดลปอโตร มือห้าของโลก ชาวอาร์เจนตินา พบ โรบิน โซเดอร์ลิง มือแปดของโลกชาวสวีเดน เริ่มแข่งขันเวลา 02.00น. โดยประมาณ ตามเวลาประเทศไทย

วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

พาเหรด7 Wonder Dogs โชว์ลีลาความเป็นที่สุด

เรียกว่าถูกอกถูกใจคนรักน้องหมาสุดๆ สำหรับกิจกรรม Amarin Freedom Dog Party” ตอน 7 Wonder Dogs ”ที่อัมรินทร์ ดิสคัฟเวอรี่ โดย ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า ร่วมกับ บมจ.ทรูวิชั่นส์ และสำนักพิมพ์ฟรีดอม จำกัดจัดขึ้น งานเดียวที่รวบรวมเอาความเป็นที่สุดของสุนัข Wonder 7 มาไว้ในงานเดียวเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งในงานแถลงข่าวกิจกรรมอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆนี้ ที่ศูนย์การค้าอมรินทร์พลาซ่า

โดยงานนี้นางเอกของงานที่เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้อย่างกึกก้อง คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก น้องจีจี้ ที่ใช้ความสามารถและความฉลาดส่วนตัวจนสามารถกวาดรางวัลมาแล้วจากหลายเวที โดยหนึ่งในความสามารถที่น้องจีจี้นำมาโชว์ในครั้งนี้ คือ การเต้นโคโยตี้ รูดเสาให้ดูกันแบบสดๆ โดยเจ้านายคนเก่งของสาวจีจี้ คือ คุณหญิง-ผาณิต บุญศิริคำชัย ที่มาเผยเทคนิคการฝึกเจ้าจีจี้จนเป็นสุนัขเจ้าของถ้วยว่า แค่เข้าใจมันว่ามันกำลังพูดและสื่อวารอะไรกับเรา โดยคุณครูคนสำคัญของคุณหญิง คือ คู่มือการเลี้ยงสุนัขของ ซีซาร์ มิลลาน นักปรับพฤติกรรมจากรายการฮิตที่สุดในอเมริกา ที่คุณหญิงการันตีว่าตอบได้ทุกคำถามและเข้าใจทุกปัญหาของน้องหมา แต่ใช่ว่านางเอกของงานจะมีแต่เจ้าจีจี้เท่านั้น เพราะในงานยังมีเหล่าเซเล็บบริตี้คนรักน้องหมามาร่วมพูดคุยถึงปัญหาของเจ้าตูบที่ชวนปวดเศียรเวียนเกล้ากันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น หนุ่มป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ที่ควงคู่น้องถั่วงอก เจ้าตูบจอมไฮเปอร์พันธ์ุแจ็ครัสเซล วัย 4 ขวบมาร่วมงาน พร้อมกับอีก 3 สาว ได้แก่ หยาด- หยาดทิพย์ ราชปาล ควงคู่เจ้าหมูแฮมสุนัขพันธ์ุชิวาวา,เก๋-ชลลดา เมฆราตรี กับเจ้าปุ๊บปั๊บ สนัขพันธ์ุมอลทีส และหญิงแม้น ม.ร.ว. แม้นนฤมาศ ยุคล กับเจ้าซานต้า ชิสุวัย 2 ขวบ ขณะที่นายรุ่งยศ จันทภาษา รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า กล่าวว่า งานนี้เกิดจากแนวคิดที่ต้องการเปิดประสบการณ์แห่งการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ ดังนั้นเราจึงรวบรวมสิ่งที่เป็นที่สุดมาให้ได้สัมผัส รวมทั้งได้เรียนรู้กับความพิเศษ ของสุนัขที่เป็นที่สุด ทั้งสุนัขที่แพงที่สุด กับค่าตัวถึงกว่า 2 ล้านบาท ที่ไม่เคยไปปรากฏตัวที่ไหนมาก่อน หรือสุนัขที่เป็นแชมป์จากสนามต่างๆ อย่าง จีจี้ สุนัขที่เป็นตัวเอกของงานนี้และเป็นแชมป์ Agility ของประเทศไทย ที่ทุกคนจะได้เห็นถึงความน่ารัก และแสนรู้จากการฝึกตามแบบอย่างของ ซีซ่าร์ มิลลาน นักปรับพฤติกรรมจากรายการฮิตที่สุดในอเมริกา The Dog Whisperer with Cesar Millan” นอกจากนั้นยังได้พบกับกิจกรรมมากมายที่นำมาโชว์ ทั้ง 2 วัน ทั้งวันที่ 22 - 23 สิงหาคมนี้ ภายใต้สีสันความสนุกของกลุ่มคนรักสุนัขที่จะมารวมตัวกันในงานนี้โดยเฉพาะ
ร่วมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครกับกิจกรรม True Explorer and Amarin Discovery Present : Amarin Freedom Dog Party ที่ ศูนย์การค้าอัมรินทร์พลาซ่า ชั้น 1 Event Hall ในวันที่ 22 – 23 สิงหาคม ศกนี้

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เสี่ย-โคโยตี้ขนยาไอซ์

ทหารพรานร่วมกับตำรวจจับเสี่ยรับเหมา และ โคโยตี้สาวลักลอบค้ายาไอซ์ หลังขับรถเก๋งพาสาว ออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ชายแดนเขมร แล้วข้ามไปพักโรงแรมบ่อนกาสิโน ฝั่งปอยเปต ก่อนนัดแนะให้ชาวกัมพูชานำของกลางมาส่งในตลาดโรงเกลือ แต่ไม่รอด ถูกเจ้าหน้าที่ตะครุบตัวพร้อมของกลาง ซุกซ่อนในเสื้อยกทรง และกางเกงใน น้ำหนักกว่า 200 กรัม เสี่ยสารภาพติดพนันและเล่นเสียไปเยอะ เลยหันมาขนยา นรก โดยทำมา 2 ครั้งแล้ว

จับเสี่ยรับเหมาและโคโยตี้สาวลักลอบค้ายาไอซ์รายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 เม.ย. พ.อ.วสุ เจียมสุข ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา (ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา) สั่งการให้ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 (ร้อย ทพ.1206 กรม.ทพ.12) ประสาน พ.ต.ต.วิชาญ จิตตยานันท์ สวป.สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ช่วยราชการป.ป.ส. และ ร.ต.อ.อนุวัฒน์ เทียนทอง รอง สวป.สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ นำกำลังตรวจจับคนร้ายลักลอบขนยาเสพติดจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาฝั่งไทย

กระทั่งผ่านมาถึงบริเวณชายแดนด้านหลังตลาดโรงเกลือ ใกล้จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบหญิงสาวต้องสงสัยสวมเสื้อลายสีแดง นุ่งกางเกงยีนส์สีเทา สะพายกระเป๋าถือสีน้ำตาล ยืนอยู่บริเวณท้ายตลาดผลไม้ ภายในตลาดโรงเกลือ จึงนำตัวมาให้ทหารพรานหญิงตรวจค้นพบยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาวบรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 2 ถุง ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อยกทรงข้างละ 1 ถุง ข้างซ้ายน้ำหนัก 102 กรัม ส่วนข้างขวาน้ำหนัก 101.4 กรัม ทราบชื่อ น.ส.นริศรา ใจอ่อน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/1 หมู่ 2 ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ขณะเดียวกันเวลาไล่เลี่ยกันเจ้าหน้าที่ยังพบชายต้องสงสัยบริเวณด้านหลังตลาดผลไม้ ตรวจค้นพบยาไอซ์ชนิดเดียวกันซุกซ่อนในกางเกงในจำนวน 21.3 กรัม คุมตัวมาสอบสวนทราบชื่อนายจิระศักดิ์ รัตนรัตน์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 9 ต.หนองผือ อ.ท่าลี่ จ.เลย

จากการสอบสวน น.ส.นริศราให้การว่า ทำงานเป็นสาวโคโยตี้ตามสถานบันเทิงในกรุงเทพฯและสถานบันเทิงสตาร์แม็กซ์ ภายในบ่อนกาสิโนสตาร์เวกัส ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ก่อนเกิดเหตุได้ร่วมกับนายจิระศักดิ์ ซึ่งรู้จักกันรับจ้างจากนายทุนสาวคนหนึ่งจาก กทม.ให้ไปรับยาไอซ์ จากนั้นนายจิระศักดิ์ได้ขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีดำ รุ่นใหม่ ทะเบียน กธ 943 ภูเก็ต พาตนออกจาก กทม. มุ่งหน้าไปชายแดนก่อนข้ามไปฝั่งปอยเปตแล้วเข้าพักด้วยกันที่โรงแรมในบ่อนแกรนด์ไดมอนด์ซิตี้ โดยมีชาวเขมรนัดแนะนำยาไอซ์ข้ามมาส่งในฝั่งไทยบริเวณตลาดผลไม้ภายในตลาดโรงเกลือ โดยต่างคนต่างรับ เสร็จแล้วนัดมาเจอกันที่รถที่จอดไว้บริเวณลานจอดรถตลาดโรงเกลือ แต่ถูกจับกุมได้เสียก่อน

ด้านนายจิระศักดิ์รับสารภาพว่า มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเกี่ยวกับงานสเตนเลสและพักอาศัยอยู่ใน จ.นครศรีธรรมราช โดยยอมรับว่าติดการพนัน มักเดินทางเข้าไปเสี่ยงดวงในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปตเป็นประจำ กระทั่งเล่นเสียไปเยอะ เลยร่วมกับ น.ส.นริศรา ซึ่งรู้จักกันในบ่อนลักลอบขนยาไอซ์ โดยทำมา 2 ครั้งแล้ว หลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วัดพิลึกจัดปลุกเสกพระขุนแผนโคโยตี้

ฮือฮา "พระขุนแผนโคโยตี้" หลวงพ่อวัดดังย่านบางซื่อ ปลุกเสกพระเครื่องรูปทรงอุบาทว์ มีรูปหญิงโคโยตี้เต้นเปลือยโยกเสาซุ้มประตูใกล้กับพระขุนแผน ด้านหลังรูปหญิงเปลือยโอบศิวลึงค์ ส่อลามก ชาวบ้านแห่มาขอบอกว่าไปบูชาแล้วค้าขายดี ด้าน ผอ. สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมแจ้งเตือนไม่เหมาะสมตามหลักพระพุทธศาสนา หากถูกร้องจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ฝากเตือนประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณก่อนจะเช่าพระเครื่อง

พระเครื่องหมิ่นจาบจ้วงพระพุทธศาสนา เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระสงฆ์ที่วัดเวตวันธรรมาวาส หรือวัดเซิงหวาย ถนนประชาราษฎร์ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. ปลุกเสกพระเครื่องชื่อรุ่นขุนแผนโคโยตี้ ซึ่งมีรูปทรงไม่เหมาะสม มีรูปหญิงสาวเปลือยโชว์เรือนร่าง ส่อไปในทางลามก หมิ่นศาสนา แจกจ่ายให้กับชาวบ้านในละแวกนั้น

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดเซิงหวาย เข้าพบพระสุทธสีโล หรือหลวงพ่ออึ่ง ซึ่งเป็นพระที่ปลุกเสกพระเครื่องรุ่นดังกล่าว โดยหลวงพ่ออึ่งนำพระเครื่องรุ่นขุนแผนโคโยตี้รุ่นแรกมาให้ดู มีรูปทรง 5 เหลี่ยม เป็นเนื้อว่านสีน้ำตาล ด้านหน้ามีซุ้มประตูอยู่ด้านบน ครอบองค์พระขุนแผนท่านั่งขัดสมาธิ มือขวาวางแนบอก มือซ้ายอุ้มกุมารทองวางไว้ที่ตัก ด้านซ้ายและขวาที่เสาประตูเป็นรูปหญิงเปลือยแสดงลีลาท่าเต้นยั่วยวนผม กระเซิง ส่วนด้านล่างเป็นรูปผู้หญิงเปลือยเหมือนกันแต่นั่งถ่างขา มือวางที่ต้นขาอยู่ใต้ฐานพระขุนแผน ส่วนด้านหลังเป็นรูปผู้หญิงเปลือยสักกลางหลังและแก้มก้นทั้ง 2 ข้าง นั่งใช้มือทั้ง 2 ข้างโอบศิวลึงค์ ตามความเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายองค์กำเนิดของเพศชาย เป็นพลังอำนาจเหนือวัตถุมงคลทั้งปวง ด้านบนของศิวลึงค์สักเป็นรูปหัวใจซ้อนกัน 3 ดวง ด้านข้างมีลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อรูปทรงสวยงาม

จากนั้น พระสุทธสีโลเปิดเผยว่า เมื่อเดือน ส.ค.52 มีลูกศิษย์เป็นเจ้าของศูนย์พระเครื่องที่ห้างดิโอสยาม นำพระเครื่องบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ เขียนข้างกล่องว่าพระขุนแผนโคโยตี้ จำนวน 2,000 องค์ มาให้ปลุกเสก ซึ่งก็รับไว้โดยไม่ได้เปิดดู ใช้เวลาปลุกเสกประมาณ 1 เดือน จากนั้นลูกศิษย์ก็กลับมาเอาพระเครื่องไปเพียง 1,000 องค์ ที่เหลือบอกให้หลวงพ่อไปแจกชาวบ้าน เมื่อเปิดดูก็ตกใจ พระเครื่องมีรูปทรงแปลกๆ มีรูปผู้หญิงเปลือยอยู่ด้วย จึงไม่แจก แต่ว่ากลิ่นของเนื้อว่านส่วนผสมอยู่ในพระเครื่องคละคลุ้งไปทั่วกุฏิ ทำให้เวียนหัว เมื่อญาติโยมเข้ามากราบไหว้ก็ไม่มีของให้ จึงนำพระเครื่องดังกล่าวไปแจกจนหมด ต่อมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้าน บางรายก็มาต่อว่าว่าไม่เหมาะสม บางรายที่เป็นพ่อค้าแม่ค้านำไปบูชาบอกว่าค้าขายดีกว่าเดิม ขณะนี้แจกพระเครื่องรุ่นแรกหมดไปแล้ว

"หลวงพ่ออยากจะหาเงินมาบูรณะวัด จึงคิดสร้างพระขุนแผนโคโยตี้รุ่น 2 ออกมาจำหน่าย ปรับเปลี่ยนรูปทรงให้ดีขึ้น ด้านหน้ายังคงรูปแบบเหมือนเดิม ด้านหลังตัดรูปศิวลึงค์และผู้หญิงออก ปรับเป็นพื้นเรียบแต่ฝังเนื้อทราย ข้าวสาร ตะกั่ว ฝาหอย ทำขึ้นมา 200 องค์ ปลุกเสกเหมือนเดิม ผลิตออกมาให้ชาวบ้านเช่าองค์ละ 200 บาท ช่วงนี้หมดแล้ว คงจะไม่ปลุกเสกอีก" พระสุทธสีโลกล่าวทิ้งท้าย

ส่วนพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าวัด เปิดเผยว่าช่วงเดือน ธ.ค.52 เข้าไปขอพระเครื่องจากหลวงพ่ออึ่ง ท่านก็ให้พระเครื่องรุ่นขุนแผนโคโยตี้ เมื่อรับมาก็ดูลักษณะแปลกๆ แต่ก็ไม่คิดอะไรนำมาบูชา ปรากฏว่าขายของดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกวันนี้จะนำพระรุ่นนี้มาวางใส่พานไว้ที่ตู้หน้าร้านเป็นประจำทุกวัน

นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การนำภาพผู้หญิงมาไว้คู่กับพระก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว และยิ่งเป็นภาพโคโยตี้ก็สื่อความหมายในทางที่ไม่เหมาะสมมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ การจะสร้างวัตถุมงคลหรือการหล่อพระพุทธรูป ทางคณะสงฆ์ก็ไม่เคยสนับสนุนให้สร้าง แต่การสร้างวัตถุมงคลไม่มีกฎหมายเข้าไปควบคุมดูแล เพราะถือเป็นความศรัทธาของแต่ละบุคคลที่ไม่สามารถห้ามปรามได้ และไม่มีความผิด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันก็มีคนที่มีความคิดแปลกๆโดยการนำความโลกีย์ของสังคมมาผสมผสานกับความเชื่อของคนไทยเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ที่สำคัญมีการอวดอ้างสรรพคุณต่างๆ ซึ่งตนคิดว่าการจัดสร้างวัตถุมงคลในลักษณะดังกล่าวคงไม่มีใครอยากไปเช่าซื้อหรือครอบครอง เพราะไม่สร้างจากความศรัทธาและไม่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา

นายอำนาจกล่าวต่ออีกว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคมหลายครั้งที่ผ่านมา ก็เคยมีการหารือไม่ให้มีการสนับสนุนหรือส่งเสริมการสร้างวัตถุมงคล แต่ก็ให้ ผ่อนปรนจัดสร้างได้ตามความจำเป็นเท่านั้น ซึ่งมหาเถรฯ ได้กำชับไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองตักเตือนหรือห้ามปรามหากพระสงฆ์หรือมีบุคคลมาขอให้จัดสร้างวัตถุมงคลในลักษณะที่ไม่เหมาะสม สำหรับกรณีดังกล่าวหากมีการร้องเรียนเข้ามาจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า มีเหตุผลอะไรในการจัดสร้าง สำหรับการสร้างพระขุนแผนโคโยตี้ และนำรูปผู้หญิงมาใส่คู่กับพระพุทธรูป ไม่รู้ว่าจะมีใครต้องการเช่าหรือไม่ หรือยกเว้นผู้ที่มีความคิดอยากจะเช่าตามกระแส ดังนั้น อยากฝากไปยังประชาชนว่าควรมีวิจารณญาณและวิเคราะห์ให้ดีก่อนจะเช่าหรือจัดสร้างพระ เพราะหากทำขึ้นแล้วอาจจะส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาได้